[ HIGH-END CNC ][ CNC ความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ ][ EDM FOR SME ] [ Spare Part ][ Fanuc 3,6,10,11 Series ] [ บทความที่3 ][ บทความที่2 ][ บทความที่1 ]
เมนูหลัก
Home
R&D CENTER
OVERHAUL MACHINE
FIELD SERVICE
CNC MEMORY UPGRADE & DNC
FANUC & MITSUBISHI PARTS
SRAM & ATA FLASH CARD
USB & CNC & LAN
MAZAK & USB & LAN
DEBURRING & POLISHING ROBOT
CNC MONITOR & LCD
เครื่องดูดทำความสะอาดระบบ Vacuum
JOB
Contact Us
Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
หนังสือพิมพ์
กรุงเทพธุรกิจ
บางกอกโพสต์
คมชัดลึก
มติชน
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
มุมนักเสี่ยงโชค
ตรวจผลล็อตเตอรี่

บทความที่1

PREVENTIVE MAINTENANCE

ความเข้าใจการทำ PM กับเครื่องจักรของบ้านเรานั้น ยังมีประสบการณ์ค่อนข้างน้อยมาก บางบริษัทไม่เคยมีความคิดที่จะทำเลย บางที่มีความคิดวางแผนทำแล้วแต่ไม่สามารถหยุดเครื่องจักรได้ ทำให้เครื่องจักรขาดการดูแล และเกิดปัญหาใหญ่ตามมา บางครั้งต้องยอมรับว่า "ถ้าไม่พังก็ไม่หยุด เครื่องจักรของบริษัท ไม่ใช่ของผม หยุดก็ช่างมัน " ผมเองทำงานในวงการซ่อมเครื่องจักรมา กว่า 15 ปี ผมจะบอกลูกค้าเสมอว่า เครื่องจักรราคาเป็นล้านหากมันพังไปหรือหยุดการผลิตไปซัก 2-3 วันหรือ 1-2 อาทิตย์ในวันทำงานปกติ มันคุ้มกันใหม ทางบริษัทเองก็ขายงานไม่ได้ ลูกค้าก็จะปรับหรือตัดงานท่าเดียวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ทางคุณเองก็อยู่ฝ่ายซ่อมบำรุงหรือฝ่ายผลิตก็เดือดร้อนเหมือนกัน ต้องตามคนซ่อมว่าทำไปถึงไหนแล้ว อะไหล่มารึยัง วันนี้ได้ไม๊ พรุ่งนี้ได้ไม๊ มันเป็นเหตุการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบสักที ผมเองพยามแนะนำว่าเราควรจะมีการตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องจักรทุกเดือน เดือนละ 2-3 ชม. เอง ทำตารางการตรวจสอบขึ้นมา อย่างเช่น Spindle (ชุดจับชิ้นงานหรือทูล), Axis (ชุดขับเครื่องแกน) , ระบบน้ำมันหล่อลื่น, ระบบน้ำมันไฮโดรลิค ฯลฯ ให้เช็คว่ามันมีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น ชุด Spindle มีเสียงดังเกิดขึ้น หรือกลึงงานแล้วออกมาเป็นทรงไข่ไม่กลม เครื่องจักรยังสามารถทำงานได้แต่มันเป็นลางบอกเหตุว่ามันกำลังจะพังในอีกไม่ช้า เราสามารถเตรียมการซ่อมเอาไว้ล่วงหน้าได้ เราอาจจะสั่งชุดลูกปืนหรือ Spindle ชุดใหม่เตรียมไว้ หากมันคุมไม่อยู่เมื่อไหร่เราสามารถเปลี่ยนได้ภายใน 1 วัน นี่คือการวางแผนทำ PM หากเราไม่สนใจมัน วันใดวันหนึ่งมันทำงานไม่ได้หรือ โอเวอร์สเปคขึ้นมา เครื่องเราก็จอดเป็นผลให้คุณๆต้องเดือดร้อนอย่างน้อยก็ 2-3วันกว่าจะรู้เรื่องว่าจะต้องทำอย่างไรหรือบางครั้งต้องรอกันเป็นเดือนๆก็มี ล่าสุดผมไปซ่อมเครื่องให้ลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเพิ่งจะซื้อเครื่องจักรได้ประมาณ 2 ปี เชื่อใหม ข้างในนี้สนิมเต็มเลย มันเข้าไปกัดเหล็ก ทั้งหัวจับ ลูกปืน Spindle ฯลฯ นั่งขัดและปรับแต่งกัน 3-4 วัน กว่าจะจบผมบอกลูกค้าว่า คุณควรจะเปิด COVER ดูทุกๆ 3 เดือนอย่างน้อยคุณจะได้เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่ารอให้มันพังแล้วซ่อม เขาบอกว่าสาเหตุมาจากน้ำยาCoolant มันเน่าบ่อยเนื่องจากเครื่องจักรปล่อยน้ำมันหล่อลื่นออกมาเยอะทำให้เน่าเร็ว ผมเองเลยแนะนำไปว่างั้นให้เปลี่ยนเป็นยี่ห้อที่ไม่เน่าซิผมเองไม่อยากไปแก้ พารามิเตอร์ของเครื่องหรอก เขาตั้งมาให้พอดีแล้ว นี่แหละผลของการไม่ทำ PM ทำซะก่อนที่มันจะเป็นเรื่องใหญ่โต  ขอทราบข้อมูลได้ที่ 081-351-8301-3

หลายๆท่านได้โทรมาสอบถามว่า ไอ้ที่ว่าทำ PM เนี่ยทำอะไรบ้างให้ผมเขียนเพิ่มให้ด้วยเพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้น แล้วทำไมทำ PM ต้องทำอย่างน้อย 2 วันขึ้นไป ผมจะเขียนเป็นข้อๆไปล่ะกันว่าทำอะไรบ้าง

1. SPINDLE UNIT (ชุดขับหัวจับชิ้นงาน เครื่องกลึง CNC หรือ หัวจับทูลสำหรับเครื่อง Machining Center)

ถ้าจะดูจากสายตาแล้วพูดว่า ไอ้โน่นเสีย ไอ้นี่เสีย แล้วตีราคาซ่อมมาเนี่ย บอกได้เลยครับช่างคนนั้นน่ะมั่ว 100 เปอร์เซ็นต์เลย ต้องใช้อะไรบ้างในการตรวจเช็ค และจะเช็คยังไงว่ามันเสีย อย่างแรกเลยฟังเสียงก่อนเลยเวลาหมุน หากมีเสียงผิดปกติแสดงว่า ตลับลูกปืนด้านในมีปัญหาแน่นอน และถ้าอยากรู้ว่ามันจะใช้ได้นานอีกเท่าไหร่ ก็ต้องถอดหัวจับออกมา แล้วเอาไดแอล เกจน์ จับดูที่หัวที่เป็น Tapper แล้วสั่งให้หัว Spindle หมุนจากรอบต่ำสุดไปจนถึงสูงสุดแล้วดูซิว่า มันไปเท่าไหร่ หากเกิน 20 ไมครอนให้สั่งอะไหล่ไว้รอเลยครับ โอกาศที่มันจะหลวมขึ้นไปเรื่อยมีสูงมาก หากต่ำกว่า 20 ไมครอนก็ยังใช้ได้อีกนานครับ แต่อย่าประมาทน๊ะครับ มันจะทำให้อะไหล่ตัวที่เกี่ยวข้องเสียไปด้วย

ส่วนสำหรับเครื่อง MACHINING CENTER ก็ทำเหมือนกันครับ ให้ถอด TOOL ออกมาแล้วเช็คดูที่ TAPPER หากไม่มีรอยก็ให้ใช้ ไดแอล เกจน์ แต๊ะ เหมือนกันแล้วหมุนดู เหมือนอย่างข้างบนเป๊ะ

2. เช็คแกน X, Y และ Z

ท่านสามารถตรวจสอบค่า Backlash ของเครื่องด้วยตัวท่านเองน๊ะครับ อย่างแรกเลยทำทีล่ะแกน ยกตัวอย่างแกน X น๊ะครับให้

 ท่านต้องเข้าไปเคลียร์ค่า Backlash Parameter ของแกน X ให้เป็น 0 เสร็จแล้วให้ท่านทำ ZRN แล้วท่านก็กะระยะระหว่าง Dial Gauge และจุด ZRN ให้ห่างประมาณซัก 100 มิลลิเมตรก็พอเสร็จแล้วให้ท่านเลื่อนแกน X ที่ Handle x100 มาในทิศทางลบใกล้ๆจะถึงประมาณซัก 5 มิลลิเมตรท่านก็เลือก Handle x10 แล้วค่อยๆหมุนลงมาให้แต๊ะกับ Dial Gauge อย่าหมุนแกนขึ้นน๊ะครับ ให้หมุนไปในทางทิศเดียวกันแล้วท่านก็ Set ที่ Dial Gauge ให้เป็น 0 แล้วไปเคลียร์ค่า Reletive ในแนว U และ W ให้เป็น 0 ด้วยน๊ะครับ เสร็จแล้ว ให้ถอยหลังแกนแล้วถอยแกน Z ให้พ้น Dial Gauge แล้วให้ท่านเลื่อนแกน X ลงมา -50 มิลลิเมตร ที่ Handle x100 เสร็จแล้วให้ท่านเลื่อนแกน X ที่ Handle x10 ไปที่ตำแหน่ง U0 น๊ะครับ หากท่านเลื่อนเลยไป ท่านก็ต้องเลื่อนกลับมาตั้งหลักที่ -50 ใหม่แล้วเลื่อนอย่าให้เลย U0 น่ะครับ เสร็จแล้วให้ท่านเลื่อนแกน Z ไปตำแหน่ง W0 มาถึงตอนนี้ท่านก็จะทราบค่า Backlash แล้วครับว่าไปเท่าไหร่โดยดูได้จาก Scale ของ Dial Gauge น๊ะครับ แล้วให้ท่านนำค่านี้ไปใส่ใน Parameter ของ Backlash เครื่องก็จะชดเชยค่าให้อัตโนมัติน๊ะครับ

กรณีท่านต้องการเขียน Program ตรวจสอบก็ทำได้ครับ ตามด้านล่างเลยครับ

Program นี้สำหรับแกน X น๊ะครับ ส่วนแกน Z นั้นก็ทำเหมือนกันแต่ที่ Program ให้เปลี่ยนเป็น W น๊ะครับ

Lathe
G98G01U0.010 F10.0 (ตำแหน่งที่แต๊ะ Dial Gauge = set 0)

G4 X2.0
U-0.010(จดค่าที่อ่านได้)

M00
U-0.010

G4 X2.0
U0.010 (จดค่าที่อ่านได้)

M00
M99


 ส่วนแกนอื่นๆก็ทำเหมือนกันครับ

Backlash Parameters

Fanuc

0 control X=535,Y=536, Z=537, 4th=538
3 control X=53, Y/Z=54, Z=55
6 control X=115, Y/Z=116, Z/3rd=117, 4th=118
10,11,12,15,16,18, 21,16I,18I,21I XYZ=1851

Mitsubishi -2012

YASNAC
MX3 X=6400, Y=6401, Z=6402
LX3 X=6282, Y/Z=6283, Z=6284

หลังจากท่านตั้งค่า Backlash เสร็จแล้ว อีกตัวนึงที่สำคัญไม่แพ้กันคือค่า Repeatability หรือ ค่าที่ไปกลับต้องอยู่ในระยะที่เรากำหนด ส่วนใหญ่แล้วไม่เกิน 5 ไมครอนนะครับ

ท่านสามารถเขียน Program Test ได้ดังต่อไปนี้ครับ

G98G00U-10.0

G01U-2.0 F10.0  (ตำแหน่งที่แตะ DIAL GAUGE = set 0)

G4X5.0 (จดค่าไว้ทุกครั้งประมาณ 30 รอบ)

G00 U12.0

G99

M99

Program นี้สำหรับแกน X น๊ะครับ ส่วนแกน Z นั้นก็ทำเหมือนกันแต่ที่ Program ให้เปลี่ยนเป็น W น๊ะครับ

หากค่ามัน +/- ไม่เกิน 0.01 น่าจะเป็นค่าที่รับได้น๊ะครับ หากมากกว่านี้คงต้องซ่อมแล้วครับ อาจจะต้องเปลี่ยน Support Bearing หรือ Ball Screw ใหม่น๊ะครับ

Gridshifts and overtravel parameters- CNC/fanuc Parameter list Grid Shift

Gridshift parameters list

   

0 control

508,509,510,511

3 control

31,32,33

5T control

X=24,25,26,27, Z=34,35,36,37=Bits 3210(=.1,1,.001,.01mm)

6 control

82,83,84,85

10,11,12,15,16,18, 21,16I,18I,21I

 Control = 1850

   

Soft over travel Limits

Fanuc

 

0 control

X= 700+704, Y=701+705, Z=702+706, 4th=703+707

3 control

70,71,72, and 73,74,75

6 control

143,144,145,146, and 147,148,149,150

10,11,12,15,16,18, 21,16I,18I,21I

1320, 1321

   

Mitsubishi

Over-travel par.2013 is -, 2014 is +, Soft over-travels is 8204 and 8205

 

วันนี้พอก่อนน๊ะครับ ง่วงนอนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อให้

 

การเลือกซื้อเครื่อง CNC มือสอง ดูอย่างไรไม่ให้ถูกหลอก

เครื่อง CNC มือสอง เป็นเครื่องที่เราไม่เคยรู้ประวัติของเครื่องเลย เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะดู จากประสบการณ์ซ่อมเครื่องของตัวผมเอง สามารถแยกแยะได้ออกเป็นหลายๆประเภทดังต่อไปนี้

1. สิ่งแรกที่เราจะต้องดูก็คือ ยี่ห้อ

ยี่ห้อ จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะควรซื้อมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเครื่อง ญี่ปุ่น เช่น เครื่องยี่ห้อ MORI SEIKI เป็นเครื่องที่ดียี่ห้อหนึ่งเพราะว่า ส่วนมากใช้คอนโทรลของ Fanuc และอะไหล่หาง่ายทั่วไป เช่น แผงควบคุมระบบต่างๆ และ อะไหล่งานกลเช่น ตลับลูกปืนแกน ตลับลูกปืน Spindle และ Ball Screw สามารถหาซื้อได้ในบ้านเรา และที่สำคัญช่างส่วนใหญ่ซ่อมได้,

ยี่ห้อ OKUMA ดีพอฟัดพอเหวี่ยงกับ MORI SEIKI แต่มีข้อจำกัดของระบบคอนโทรล แผงวงจรควบคุมการทำงานหาค่อนข้างยาก ส่วนเรื่องอะไหล่ทางกลไม่ค่อยเท่าไหร่ พอๆกับ MORI SEIKI ปัญหาเรื่องช่าง หากมีปัญหาเกี่ยวกับคอนโทรล เช่น System Alarm ต้องตามช่างที่ซ่อม OKUMA อย่างเดียว การเก็บข้อมูลยังเป็นระบบใช้ ดิสเก็ตส์อยู่ หากดิสหายเรื่องใหญ่เลย อะไหล่เมื่อเทียบกับ Fanuc ยังเทียบกันไม่ได้เลย แต่ถ้าแฟนพันธ์แท้ มีเจ้าประจำซ่อมอยู่ก็น่าใช้,

ยี่ห้อ MAZAK เป็นเครื่องที่อัจฉริยะตัวนึงเลย ความสามารถของการเขียน Program ส่วนมากเป็นแบบถาม-ตอบ แบบ G CODE ก็มีแต่มีน้อย ข้อจำกัดของเครื่องยี่ห้อนี้คือระบบคอนโทรลซึ่งเป็นของ MITSUBISHI พัฒนาร่วมกับ MAZAK โดยเฉพาะเลย ช่างที่ซ่อมเครื่องยี่ห้อนี้ได้ต้องเป็นมวยพอสมควร ส่วนใหญ่จะโดนน๊อคก่อน   MITSUBISHIได้นำเอาระบบที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากมาย บางครั้งช่างของทาง MITSUBISHI เองก็ งมเข็มในมหาสมุทรเหมือนกัน อย่าลืมว่าเขาพัฒนาร่วมกับ MAZAK ส่วนใหญ่จะเป็นงานช้างแต่เส้นผมบังภูเขา ช่างส่วนมากลืมไปได้เลยว่าซ่อมยี่ห้อนี้ได้ จะได้ก็เฉพาะ SERVO DRIVE, SPINDLE DRIVE, POWER SUPPLY และ MONITOR ส่วนระบบคอนโทรล ยากน๊ะ ถ้าท่านมีช่างประจำซ่อมอยู่แล้วก็น่าจะเป็นตัวเลือกตัวนึงเลยล่ะ  แต่ถ้าไม่มีผมว่าอย่าซื้อดีกว่าเหมือนกับ OKUMA นั่นหล่ะ ส่วนงานเครื่องกลก็เหมือนกับ MORI SEIKI และ OKUMA สามารถหาอะไหล่ได้ไม่ยากเท่าไหร่

ยี่ห้อ TAKISAWA, TAKAMAZ, CINCOM, STAR, WASINO, MIYANO, FANUC ROBOTDRILL, OKK, MAKINO, MITSUBISHI เป็นเครื่องที่สามารถเล่นได้เลยเพราะว่า ส่วนมากใช้คอนโทรลของ FANUC หาช่างซ่อมได้ไม่ยาก และอะไหล่เกลื่อนเมือง ส่วนอะไหล่ทางกลก็เช่นเดียวกัน ไม่ค่อยน่าหนักใจเท่าไหร่ พอหาได้ครับ

BROTHER, DMG หรือเครื่องที่สร้างมาเป็นเอกลักษ์ของตัวเอง เตรียมตัวตายได้เลยครับ ส่วนใหญ่ซ่อมไม่ค่อยได้ ต้องซื้ออะไหล่เปลี่ยนอย่างเดียว ราคาก็ไม่ต้องพูดถึง พวกนี้ทำมาขายอะไหล่โดยเฉพาะ ไม่นิยมให้ซ่อมได้ คนที่จะซื้อก็ต้องใจถึงนิดนึง หรือพอจะมีตังค์

2. อายุของเครื่องจักร

อายุ จะเป็นตัวบอกของอะไหล่ที่อยู่ในเครื่องจักรว่าสภาพจะเป็นอย่างไรยกตัวอย่างเช่นอายุประมาณ 20 - 25 ปี อะไหล่ส่วนมากจะค่อนข้างเก่า ถ้าซื้อมาก็ต้องทำใจหน่อย เพราะว่ามันถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้เขาแล้วประมาณ90% ถ้ามีงบประมาณสัก 5 - 6 แสนล่ะก็ซื้อได้,  ถ้าอายุ ระหว่าง 15 -19 ปี ก็ยังพอทนอะไหล่แต่ที่จะต้องเปลี่ยนประมาณ 70% ,  อายุระหว่าง 10-14 ปี ประมาณการเปลี่ยนอะไหล่อยู่ที่ 50% , อายุระหว่าง 5-9 ปี ประมาณการเปลี่ยนอะไหล่อยู่ที่ 30%  ,  ถ้าอายุต่ำกว่า 4 ปีอยู่ประมาณ 10 % ลองไปคิดดูให้ดีละกันว่าควรซื้อเครื่องอายุกี่ปี  ที่กล่าวมาด้านบนสำหรับเครื่องญี่ปุ่นน๊ะครับ สำหรับเครื่องใต้หวันล่ะก็หมดประกัน ให้ทำใจได้เลยครับ และส่วนใหญ่มักจะเกิดอาการแปลกๆ เพราะว่าเครื่องใต้หวันส่วนมากใช้ของไม่ได้ตามสเป็คครับ

3. สภาพของเครื่องจักร

หลังจากพิจารณาในสองหัวข้อบนแล้ว หัวข้อนี้หลอกตาคนไม่รู้มาเยอะแล้ว เคยได้ยินบ้างใหม "ข้างนอกสุกใส ข้างในโครตเล๊ะเลย" ทำสีข้างนอกงี้ ยังกับเครื่องใหม่เลยแต่พอเลื่อนแกน หมุนหัว Spindle อะไรอีก ฯลฯ ไม่ได้เรื่องเลย คนขายก็ไม่รู้ ท่านสามารถยึดหลักข้อนึงที่ผมจะพูดต่อไปนี้ อย่างแรกเลย ขอรื้อ COVER ทั้งหมดเท่าที่จะรื้อได้ แล้วดูรายละเอียดดังต่อไปนี้

3.1  แกนรางสไลด์ (BOX WAY) หรือ ไกด์ เวย์ ( LINEAR GUIDE WAY)

ต้องไม่มีลอยขีดข่วน บุบ หรือสนิมกัดกร่อน หรือสนิมตก กละ หรือเศษเหล็กติดโคลนเยอะมากในบริเวณนี้ หากมีให้ท่านนึกไว้เลยว่าซื้อมาต้องทำการซ่อมอะไหล่พวกนี้ งานช้างครับ และท่านยังสามารถทราบว่าเครื่องนี้เมื่อก่อนใช้กลึงวัสดุอะไรมาก่อน ท่านสามารถดูได้จากเศษเหล็ก หากมีรอยขูดขีดที่ลางไสลด์ให้สันนิฐานว่า ยางที่ติดกับแผ่นไสลด์ได้สึกและขาดไป งานช้างครับ

3.2 BALL SCREW

ท่านสามารถตรวจสอบได้จากการดูว่ารางของ Ball Screw มีลอยบุบหรือ สนิมกรัดกร่อนหรือไม่ ถ้ามีต้องเปลี่ยน Ball Screw อย่างเดียวถ้าไม่มีสามารถซ่อมได้ หลังจากนั้นให้ท่านเปิดเครื่องแล้วลองใช้ HANDLE  GENERATOR หมุนไปและกลับดู หากมีเสียง กึกกัก ขณะที่ท่านเดินไปแล้วเดินกลับในทันที ให้สันนิฐานว่า Ball Screw หรือ Support Bearing เจ๊งแน่นอนครับ

3.3 ความกลมของชุดหัวหมุนชิ้นงานหรือทูล ( SPINDLE RUN-OUT )

ให้ท่านใช้ DIAL GAGUE จับที่หัวจับดูแล้วหมุนจากรอบต่ำสุด ไปจนถึงสูงสุด หาก DIAL INDICATOR ยังอยู่ที่เดิมหรือ + / - ไม่เกิน 10 ไมครอน เครื่องตัวนี้ไม่จำเป็นต้องซ่อมเกี่ยวกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ หากมากกว่านี้ต้องเปลี่ยน Spindle Bearing ครับ

3.4 หัวป้อมมีด (TURRET) สำหรับเครื่องกลึง CNC

ดูสภาพเอาว่ามีรอยร้าวบริเวณฐานหรือไม่ และ ดูที่ป้อมมีดว่าเล๊ะขนาดไหน ถ้าหัวป้อมมีด ยับเยินมาก ให้สันนิฐานไว้เลย เครื่องนี้ ชนเยอะ ส่วนการตั้งศูนย์ไม่ใช่เรื่องยากครับ

3.5 . เช็คตำแหน่ง ล็อคTOOL ( M19)สำหรับ MACHINING CENTER

ให้ท่านเช็คระบบล็อคหัวหมุน SPINDLE  โดยใช้ MDI แล้วเขียน M19 เข้าไป แล้วให้สังเกตุดูว่า หัว Spindle หยุดอยู่ตรงที่เก่าหรือไม่ อาจจะใช้สีมาร์คตำแหน่งไว้ หรือ Spindle แกว่งไปมาเป็นเจ้าเข้าหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ซื้อมาท่านต้องเปลี่ยนอะไหล่ครับ ก็หลักหมื่นครับ

3.6 เช็คว่าแกน Z เอียงหรือไม่ สำหรับเครื่อง MACHINING CENTER

ให้ใช้ DIAL GAUGE ใส่หัว ARBOR แล้ว สวิงที่ DIAMETER 300 MM บน TABLE ดูที่ 4 ตำแหน่ง ซ้าย ขวา หน้า หลัง หากเพี้ยนมากกว่า 20 ไมครอน เรื่องใหญ่ครับ ถ้าท่านรับได้ก็ไม่มีปัญหา นั่นหมายถึงว่าท่านจะต้องยก COLUMN ออกมาตะไบฐานครับเพื่อที่จะไม่ให้เกิน 10 ไมครอนครับ

3.7 ทดลองกลึงและกัดงานดูครับ ว่าทำงานท่านได้ หากท่านพอใจ ท่านสามารถซื้อได้เลย หากท่านไม่พอใจแต่อยากได้ ท่านก็ต่อรองกับคนขายเอา หากท่านต้องการให้ผมไปช่วยดูให้ก็ติดต่อมาทาง บริษัทฯเลยครับ ยินดีไปช่วยดูให้ครับ

4. ระบบคอนโทรล ถ้าท่านเลือกซื้อได้ให้พยายามเป็นรุ่น Fanuc-OTC หรือ OMC ขึ้นไปครับ อะไหล่ค่อนข้างเยอะ จะเป็นเครื่องรุ่นปี 90 ขึ้นมาเล่นได้ครับ เช่น FANUC-16, 18, 21 Series ส่วน FANUC-15 นี่ปราบเซียนครับ เซียนๆยังยอมเลยครับแต่รุ่นนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ หากมีปัญหาขึ้นมาล่ะก็ ประเทศไทยเลยครับ ส่วน Fanuc ยุค 80 เช่น รุ่น Fanuc 3, 6 เป็นรุ่นพิมพ์นิยมครับ ถ้าพูดถึงคนซ่อมก็ต้อง คุณเมธาและคุณสุวัฒ์ แห่ง MM SERVICE ครับ ส่วนอีกที่นึงก็คุณจำลองแห่งค่าย JHM ครับ ทั้งสองบริษัทนี้ ฝีมือดีพอๆกันครับ

สำหรับท่านที่กำลังมองหาเครื่องเก่า CNC Horizontal Machining Center และ CNC Double Column ขนาดไหญ่ ทางเราสามารถหาให้ท่านได้ เรามีหลายขนาด ให้ท่านเลือก

ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังคงแก้ไขได้ครับ หลักใหญ่ๆในการเลือกซื้อก็มีอยู่แค่ด้านบนแหละครับ ผมนึกได้แค่นี้ หากนึกได้อีก ผมจะเขียนเพิ่มมาให้ครับ หากท่านใดมีข้อแนะนำก็เมล์มาคุยกันครับ ยินดีรับความคิดเห็นครับ ที่ amnaj@inucth.com

ขอบคุณครับ

อำนาจ ขำเพ็ง




© 2021 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com